fbpx
หน้าร้านของ Shipsmile

ในอดีตธุรกิจรับส่งจดหมาย และพัสดุกับไปรษณีย์ไทย หรือที่คุ้นเคยในชื่อ “ไปรษณีย์เอกชน” นั้นเลี้ยงตัวเองได้ แต่ปัจจุบันด้วยคู่แข่งไปรษณีย์ไทยมีจำนวนมาก ทำให้ร้านเหล่านี้ลำบาก และนั่นคือโอกาสใหม่ของ Shipsmile

โอกาสยากที่จะเป็นเสือนอนกิน

ร้านไปรษณีย์เอกชนในปัจจุบันนั้นมีมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศไทย มีรายใหญ่ที่มีสาขากว่า 200 แห่งราว 5 ราย เช่น Quick Service, Winsent และ Pay Point เป็นต้น ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ยังพอประคองตัวเองไปได้ แต่ที่หนักคือผู้ให้บริการรายย่อยที่เน้นทำรายได้จากค่าธรรมเนียมในการส่งจดหมาย หรือพัสดุต่อไปยังไปรษณีย์ไทย

เพราะในอดีตกว่าจะไปส่งจดหมาย หรือพัสดุที่ไปรษณีย์ไทยได้นั้นแสนยาก ยิ่งในต่างจังหวัดที่ตัวศูนย์นั้นห่างจากตัวเมืองมาก ทำให้ร้านเหล่านี้นั้นกินค่าธรรมเนียมได้สบายๆ แต่ปัจจุบันมีบริษัทขนส่งพัสดุหน้าใหม่กระจายสาขาไปทั่ว แถมบางรายยังยอมไปรับพัสดุถึงบ้านแม่เพียงชิ้นเดียวเพื่อไปส่งให้ เรียกได้ว่าไปรษณีย์เอกชนอยู่ยากแน่ๆ

โลจิสติกส์ยังหอมหวาน ‘ชิปป์สไมล์’ ร่วมวงผุดศูนย์บริการลงลึกถึงตำบล
ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ปั้นแพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์ครบวงจร ผุดศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยกว่า 600 แห่ง ​สอดรับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ยุค 4.0

“ผมไม่เห็นโอกาสที่พวกเขาจะเติบโตได้เลย เพราะค่ายส้ม, ค่ายเหลือง หรือค่ายสีอื่นก็ต่างยอมกดราคาลงมา แถมขยายสาขาเพื่อใกล้กับผู้ส่งมากที่สุด ดังนั้นเหล่าไปรษณีย์เอกชนนั้นถ้าไม่ปรับตัวก็คงอยู่ยาก และถึงจะมีความเป็นร้านสารพัดบริการ ก็ยังอยู่ได้ยากอยู่ดี”สฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร Shipsmile Services กล่าว

ไปรษณีย์เอกชนยังมีประโยชน์ถ้าเข้าใจ

อย่างไรก็ตามถึงจะอยู่ยาก แต่ร้านไปรษณีย์เอกชนที่มีจุดแข็งคือใกล้ชุมชน และให้บริการได้สารพัด เช่นจองตั๋วเครื่องบิน, จ่ายบิลสาธารณูปโภค, ต่อภาษี-พ.ร.บ.รถยนต์ รวมถึงถ่ายเอกสาร ดังนั้นถ้านำจุดเด่นทั้งสองมาพัฒนาให้ดีขึ้น ก็น่าจะเป็นร้านค้าที่เป็นมากกว่าแค่ร้านที่ผูกทุกอย่างไว้กับไปรษณีย์ไทย